วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ความลับ 10 ข้อที่จะนำคุณไปสู่การพูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ

คุณเคยรู้สึกว่าลิ้นมันแข็งไปหมดเมื่อคุณต้องพูดภาษาอังกฤษมั้ย? อยากรู้มั้ยว่าจะพูดได้อย่างมั่นใจได้อย่างไร? แม้แต่คนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็ต้องเริ่มต้นจากศูนย์มาก่อน อ่านเกี่ยวกับความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่นำพวกเขามาถึงจุดนี้ได้ในรายละเอียดดังต่อไปนี้




Putting the pieces together

ในการพูดภาษาอังกฤษให้ดีนั้นต้องมีองค์ประกอบแยกย่อยหลายอย่าง : รู้ (และเลือกใช้) ศัพท์ที่เหมาะสม ใช้หลักไวยากรณ์และรูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง ออกเสียงและเน้นเสียงได้ถูก คุณต้องใส่ใจฝึกในแต่ละจุดนี้ให้เต็มที่เพื่อจะเห็นผลในเร็ววัน

Two-way process

การพูดคุยหมายถึงการสื่อสารกับคนอื่นซึ่งรวมไปถึงการฟังไว้เช่นเดียวกับการพูด วิธีเช็คคู่สนทนาว่าเข้าใจที่คุณพูดหรือเปล่าโดยโดยการเน้นจุดสำคัญๆ หรือการเรียบเรียงประโยคใหม่ที่ใช้ศัพท์อื่นแต่ยังคงความหมายเดิมไว้ หรือใช้คำถามอย่างเช่น You know what I mean? หรือDon't you agree?

It's not just what you say...

Non-verbal communication นั้นสำคัญมากในการที่จะพูดสื่อสารอย่างได้ผล แม้แต่เจ้าของภาษาเองก็ต้องใช้ ซึ่งอาจหมายถึงใช้มือประกอบท่าทางและภาษากายเช่นเดียวกับการแสดงออกทางสีหน้าเพื่อเน้นหรืออธิบายในสิ่งที่พูด และพยายามอ่านภาษากายที่คู่สนทนากำลังใช้เป็นสื่อด้วย

Sing a song!

เพลงเป็นหนทางที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยให้คุณพัฒนาทักษะทางการพูด ฝึกพูดตามเนื้อเพลงและดึงเอาประโยคออกมาดัดแปลงใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ หาlyrics (เนื้อเพลง)ที่ชอบจากอินเตอร์เน็ตและฝึกร้องตามดังๆ

Take a chance!

คุณต้องมีทัศนะคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ พยายามเสาะหาโอกาสที่จะใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ เช่นพบปะพูดคุยกับผู้คนในงานเลี้ยงสังสรรค์ เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่กำลังหลงทาง หรือยกมือขึ้นเมื่ออาจารย์ถาม

Think in English every day.

นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ อีกทั้งคุณยังสามารถทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่ คุณสามารถพูดกับตัวเองออกมาดังๆ ขณะที่กำลังทำอาหารอยู่ที่บ้าน ถ้าคุณกำลังอยู่บนรถไฟหรือรถบัส คุณสามารถอธิบายลักษณะของผู้คนรอบข้าง(อันนี้ต้องคิดในใจ อย่าพูดออกมาให้คนอื่นได้ยิน!) ก่อนนอนคุณควรทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาในวันนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

Listen to the sound of your own voice.

ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ชอบได้ยินเสียงอัดเทปของตนเองแต่วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการเช็คดูว่าทักษะการพูดภาษาอังกฤษของคุณควรได้รับการปรับปรุงตรงไหน หรือคุณอาจขอคำแนะนำจากเจ้าของภาษาก็ได้

Keep a talking journal.

อัดเทปเกี่ยวกับความคิดเห็นของคุณก่อนเข้านอน คุณสามารถเปิดฟังในตอนท้ายของปีเพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับคุณในปีนั้นพร้อมเช็คความก้าวหน้าทางภาษาของคุณไปในขณะเดียวกัน

Take extra classes.

ถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณต้องการฝึกเพิ่มเติมและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนคนอื่นๆ ทำไมไม่ลองสมัครลงเรียนภาษาดูล่ะ? โรงเรียนสอนภาษามีอยู่มากมายให้คุณเลือกแถวบ้านคุณหรือแม้แต่โรงเรียนออนไลน์ ไม่คาดฝันมาก่อนใช่มั้ยว่าคุณสามารถเรียนทักษะการพูดภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้? ลองเรียนในบทเรียนที่สอนสดๆ โดยครูเจ้าของภาษาที่ Englishtown ซึ่งกับที่นี่ คุณเพียงแค่ต่อหูฟังกับไมโครโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์คุณก็พูดกับคนทั่วโลกได้แล้ว !

Find English-speaking friends.

ถ้าคุณตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้เก่งให้ได้ คุณต้องหาคนที่คุณจะพูดภาษาอังกฤษด้วยก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น ภาษาอังกฤษนั้นปัจจุบันถูกใช้ในฐานะเป็นภาษาที่สองรองจากภาษาแม่มากกว่ากว่าแต่ก่อนมาก สิ่งที่สำคัญมากขึ้นตามลำดับคือคุณควรจะฟังภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงต่างๆ ให้เข้าใจ

ที่มา : www.englishtown.com 


ภาษาอังกฤษ สำหรับคนขี้เกียจ

หลังจากที่เล่าประสบณืการตัวเองแล้ว ต่อไปก็เป็นวิธีการเรียนอังกฤษจากweb มานำเสนอ
 เป็นบทความจาก Englishtown.com ซึงเป็นเว็บสอนภาษาอังกฤษฟรี ^^

   มีเหตุผลดีๆ มากมายว่าทำไมผู้คนจึงควรเรียนภาษาอังกฤษ ข้อแก้ตัวว่าทำไมคนจึงไม่เรียนกันก็มีมากมายเช่นกัน ถ้าหากคุณใช้อินเตอร์เน็ตได้(ถ้าคุณกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ก็แสดงว่าใช่!) คุณไม่ต้องกังวลถึงอุปสรรคส่วนใหญ่เหล่านั้น โชคเป็นของคุณแล้วเพราะเดี๋ยวนี้โอกาสการเรียนภาษาอังกฤษทางออนไลน์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านตัวเลือกและคุณภาพ

ถ้าเวลาทำงานหรือตารางเรียนทำให้คุณหาจังหวะเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ซักที อินเตอร์เน็ตเป็นโอกาสที่คุณสามารถนำมาใช้ได้ไม่ว่าคุณจะว่างยามใด เช่นเดียวกัน หากคุณต้องเดินทางทำงานบ่อยๆหรือยุ่งอยู่กับการดูแลครอบครัว คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของการเรียนออนไลน์ได้เต็มที่โดยไม่ต้องไปกังวลว่าอาจต้องขาดเรียน และในขณะที่รงเรียนอื่นๆ อาจไม่สะดวกสำหรับคุณ เราขอนำเสนอหลักสูตรภาษาอังกฤษจากโรงเรียนสอนภาษาคุณภาพเยี่ยม เรียนกันทางออนไลน์ที่คุณสามารถพูดคุยสดๆ กับครูเจ้าของภาษาตัวจริงเสียงจริง อุปกรณ์สื่อการสอนเตรียมมาโดยมืออาชีพพร้อมทั้งชื่อเสียงของเราที่เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันทั่วโลก และที่สำคัญคุณไม่ต้องออกจากบ้านไปลงทะเบียนที่ไหนเลย แค่คลิกที่เม้าส์คุณไม่กี่ที คุณก็เริ่มเรียนได้ทันที!
โรงเรียนออนไลน์อย่าง Englishtown.com เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่นี่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างหลักสูตรและบทเรียนด้วยตัวเองแบบ interactive ที่มีความยืดหยุ่นให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของคุณ บทเรียนสนทนา 24 ชั่วโมงต่อวันและเนื้อหาการเรียนคุณภาพชั้นหนึ่ง
ถึงแม้ว่าแหล่งเรียนภาษาอังกฤษมีนำเสนออยู่หลายแห่งทางอินเตอร์เน็ตก็ตาม ถ้าคุณอยากประหยัดเวลาในการเสาะหาก็ควรเลือกที่ใดที่หนึ่งที่มีเสนอครบทุกด้าน และนี่ก็เป็นข้อดึงดูดใจเหล่าlazy-bones(คนขี้เกียจ) ทั้งหลาย! เว็บไซต์สำหรับเรียนภาษาอังกฤษเหล่านี้มุ่งเป้าหมายไปช่วยคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เป็นหลัก ตัวอย่างเช่นที่ Englishtown มีการนำเสนอบทเรียนสนทนาสดๆ ทางออนไลน์กับครูเจ้าของภาษาและคุณไม่จำเป็นต้องลุกจากเตียงไปเข้า เรียนด้วยซ้ำไป! นอกจากนี้ยังมีห้อง text และ audio chatrooms สำหรับนักเรียนทั่วโลกไว้ใช้ติดต่อสื่อสารกัน และที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นคือคุณจะไม่ถูก flamed (ถูกตำหนิ) ถ้าหากคุณทำอะไรผิดพลาด
คุณสามารถฝึกภาษาอังกฤษของคุณโดยการชมภาพยนตร์ที่มีบทประกอบให้อ่านพร้อมคำอธิบายสำนวนพูดต่างๆ หากยังไม่อยากเรียนอะไรที่เป็นทางการนักก็เชิญไปเล่นเกมส์ภาษา อ่านคำพยากรณ์โชคชะตาราศี หรือร่วมการแข่งขันเพื่อดูว่าภาษาอังกฤษคุณดีในระดับใด!
เว็บไซต์เหล่านี้หลายแห่งมีบริการและบทเรียนนำเสนอให้ฟรีเช่นเดียวกับช่วงทดลองเรียนก่อนฟรีด้วย ดังนั้นไม่ว่าข้ออ้างคุณจะเป็นอะไร ยุ่ง อยู่ไกลที่เรียน การเงิน หรือแม้แต่ความขี้เกียจที่กีดกันไม่ให้คุณได้เรียนภาษาอังกฤษอย่างที่ตั้งใจไว้ซักที การเรียนออนไลน์เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
โดย Charles de Simone

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาษาอังกฤษ ทำไม๊ ทำไม เรียนยังไงก็ไม่รู้เรื่อง

ฮาโหลลลล ทุกคน!! ^ .^
นี่เป็นการเขียนบล็อกครั้งแรก เพราะ อ.ให้เขียนบล็อกส่ง '( - .-)
(เอ้ะ!! ถ้าอ.ไม่ให้เขียนส่ง ไม่มีคะแนน นี่คงไม่เขียนสินะ -- ฮั่นนแน่ จะว่าเราแบบนี้ละซี่ 555)

ปกติก็เป็นคนติด social พอควร วันๆอยู่แต่ในโลกอนไลค์เลยล่ะ
เอ่ะอ่ะก็เฟสสะบุค (facebook) เล่นเอาประโยชน์บ้าง ไร้สาระบ้าง
คิดๆไป-มา แทนที่จะตั้งสเตตัสเพ้อนู่นนี่ ถ้าลองเขียนบล็อกดูน่าจะโอนะ อิอิ

แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง เขียนอะไร ได้รู้จักการเขียนบล็อกแบบจริงๆก็ตอนเรียนนี่แหละ
แต่เรียนก็หลับๆตื่นๆ ไม่แคร์สายตาประชาชีรอบข้างเลย เพราะต้องแหกขี้ตาไปเรียนตั้งแต่2โมงเช้า TT'


เอาละไหนๆก็ต้องเขียนบล็อกแล้ว ก็อยากเล่า อยากแชร์ประสบการณ์บางอย่าง
เผื่อจะเป็นประโยชน์ เป็นแรงผลักดัน เป็นกำลังใจให้ใครหลายคนได้บ้าง ^^

ปล.ขอเล่าประสบการณ์ ความรู้สึกส่วนตัวของเรานะ


เราเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย (หรือว่าโง่เลยก็ได้) T ____T
และโดยส่วนตัว นิสัย หรือแรงๆหน่อยก็ "สันดาน" O.o เป็นคนขี้เกียจมาก
ตอนม.ต้นเริ่มก้าวสู่วัยรุ่นละ เจอครูภาษาอังกฤษที่ดุมาก สอนก็ย๊ากยากกกกก!!
แกรมม่านี่มาเป็นขบวนเลย วันไหนเป็นคาบของครูต่างชาติ วันนนั้นเป็นวันมืดเลยทีเดียว
จะต้องหาที่นั่งลับๆใกล้คนเก่งๆ (ไว้อาศัย) เวลาครูจะสุ่มถาม ก็หดหัวหดตัวเหมือนกับดักแด้
เจอถามทีก็หน้าซีด ตัวสั่น -- สะกิดเพื่อนข้างๆ "เฮ้ยๆ ไรวะ ถามไร ตอบว่าไร?"
สอบ เจอจังหวะดีๆหน่อย ก็ยืดคอเป็นยีราฟเลยทีเดียว ซวยๆหน่อยก็ Verb to เดา จ้า 555


พอขึ้นม.ปลาย เริ่มต้องคิดเรื่องอนาคตไว้ละ ได้ยิน ได้ฟังการแนะแนวจากรุ่นพี่ จากวิทยากรต่างๆนานาหลายสถาบัน อะๆไรก็อาเซียนๆ อะไรๆก็ภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษอีกแล้ว TT')
พอขึ้นม.6 เห็นน้องคนหนึ่ง พูดภาษาอังกฤษกับอ.ต่างชาติ (ย้ำ!! น้อง แอบอายเบาๆ)
- น้องเขาพูดได้ปร๋อเลย แล้วอยู่ๆก็คิดแล้วหันมามองตัวเองว่า..
น้องเค้าพูดได้ขนาดนี้ อนาคตไปได้ไกลแน่เลย..
" อิจฉาจัง ทำไมเรา ขนาดฟังในห้องเรียน อ.พูดช้าๆ ยังไม่รู้เรื่องเลย คะแนนก็น้อย จะเข้ามหาลัยได้ไหมก็ไม่รู้ " T^T
ทำไมเราไม่ลองให้ได้อย่างเขา ทำไมเราไม่ลองลดอคติกับภาษาอังกฤษดูบ้าง
หลังจากคิดทบทวน ก็พยายามหาที่เรียนพิเศษ ไปเรียนก็ไม่ทันเขา อคติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
- "โอ้ย ภาษาไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ เรียนก็ไม่เข้าใจหรอก โง่ยังไงก็โง่ยังนั้น ยากกกกก!!!"
หลังจากนั้นมา ก็เริ่มไม่สนใจกับภาษาอังกฤษอีกครั้ง


และแล้ววันสอบสัมภาษณ์ก็มาถึง อ.เปิดดู portfolio เห็นความสามารถทั้งด้านศิลปะ ด้านภาษาจีน ด้านการทำงานของเราและก็ชื่อชมเรา แต่ที่อ.ต้องเปิดกลับไปอีกครั้งก็และถามว่า..
"คิดอย่างไรกับภาษาอังกฤษ?" (เพราะวิชาอื่นๆเกรด3-4หมด ยกเว้น อังกฤษเกรด 1.5)
เราก็ตอบไปว่า : ปัจจุบันภาษาอังกฤษนั้นสำคัญมากสำหรับคนยุคใหม่อย่างเรา การทำงาน การใช้ชีวิตในปัจจุน-อานาคตล้วนแล้วต้องมีภาษาอังกฤษ และต่อไปจะเข้าสู่อาเซี่ยน มีคู่แข็งมากมาย ภาษาที่ใช้ก็ภาษาอังกฤษ..
อ.ก็ถามต่อไปว่า.. : ไม่ชอบภาษาอังกฤษใช่ไหม ?
เราก็ตอบว่า.. : ใช่ค่ะ หนูเคยพยายามเรียน พยายามหัดพูด แต่หนูก็ทำไม่ได้ หนูว่ามันยากเกินไป
เราพูดไปพร้อมหน้าตาที่หงอยๆ และอ.ก็พูดขึ้นมาว่า..
" เธอลองนึกถึงอนาคต ลองวาดอนาคตที่เธอฝันไว้สวยๆ ลองลดอคติ ลองเปลี่ยนความคิดบางอย่างดู ลองลงมือทำในสิ่งที่คิด แล้วชีวิตเธอจะเปลี่ยน "

หลังจากวันนั้นมา เราก็มานั่งคิดๆ คิดไปคิดมามันก็จริงอย่างที่อ.พูด และเราก็เริ่มสร้างจินตนาการว่า..
ภาษาอังกฤษ มันทำให้เรามีงานนะ,, มันทำให้เราได้ไปเที่ยวได้หลายๆที่หลายประเทศ
มันทำให้เราดูดี (แอบคิดไปให้ตัวเองดูดี 55)

ปิดเทอม พร้อมก้าวสู่รั้วมหาลัย
ระยะเวลาช่วงปิดเทอม หลังจากที่เพ้ออนาคตไว้ วันๆเราเปิดแต่เว็บเพลงสากลออนไลน์
- หาหนังภาษาอังกฤษมาดู ฟังเพลง ร้องเพลง อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ
- เข้าเว็บดูวิธีการฝึกภาษาอังกฤษ
- ให้เพื่อนที่เก่งอังฤษคุยแชทภาษาอังกฤษกับเรา
- โหลด app แปลภาษาไว้ในโทรศัพท์
- หัดตั้งสเตตัสเพ้อๆเป็นภาษาอังกฤษ
- หาเพื่อนต่างชาติคุย คุยผิดคุยถูกก็ให้เพื่อนสอน
เราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนทางบ้านแปลกใจ 555 5


วันเปิดภาคเรียนก็มาถึง ตื่นเต้นจังได้เป็น freshy แล้ว ^ o^
คาบ Fundamental English มาแล้ว เราสั่นๆเลย เพราะเราคิด มหาลัยอ.ต้องพูดๆแต่อังกฤษแน่เลย
เพื่อนๆต้องเก่งๆแน่เลย พอเรียนๆเรารู้สึกว่า เอ้ะ!! คำนี้คุ้นๆ เราก็กดๆดิกแปล
เริ่มเรียนรู้เรื่อง เข้าใจ อ.ถามก็ตอบได้บ้างผิดบ้าง(ก็ถือเป็นมุก ให้เพื่อนในsec.ฮาเล่นแก้เครียด)

เทศกาลสอบก็มาถึง เราเครียดมา วิชาเอกก็ยาก อ่านก็เยอะ
จะเอาเวลาไหนไปอ่านทบทวนวิชาทั่วไป โดยเฉพาะ อังกฤษ = []=
- ก่อนวันสอบ ภาษาอังกฤษ 2วัน
โอ้ย ซวยแล้ว อ.ออกข้อสอบยังไง จะยากไหม สอบครั้งแรกด้วย จะรอดไหมเรา TT
(เราคิดไปแบบว่ากลัวทุกอย่าง กดดันตัวเองด้วย) เราก็เอาศัพท์ที่เรียนในแต่ละบท
มาจดๆมาแปล สารพัดเลย
- วันสอบ
เราเข้าไปนั่ง มองซ้าย-ขวา ยิ้มให้เพื่อนรอบข้าง และนั่งทำใจ ภาวนาให้ข้อสอบตรงกับที่อ่านมา พอเปิดข้อสอบ ลงมือทำ แอบยิ้มเล็กๆ เอ้ะ อ๋อ บางข้อ แต่โชคดี ที่อ่านมา เจอศัพท์เป๊ะ พอเดาคำตอบได้บ้าง จากที่สมัยมัธยม เห็นแค่ตัวอักษรก็ปวดหัวแล้ว
- วันคะแนนออก
เรานั่ง login เข้าระบบทั้งวัน พอเห็นคะแนนเท่านั้นแหละ กรี๊สสสสส!!
59/90 ความรู้สึกตอนนั้น อยากจะดิ้นๆ กระโดดเกาะผนังดั่งสไปร์เดรอ์แมนมาก ><'
ดีใจ และภูมิใจที่สุด มันเป็นแบบว่า เมื่อก่อนตอนมัธยม อาศัยแต่ความรู้รอบโต๊ะ เอาแค่คะแนนไว้ก่อน
ความรู้ไว้ทีหลัง แต่ตอนนี้ทำข้อสอบเอง มีความเข้าใจ คะแนนผ่านด้วย โอ้ลาลา ฉันล่องลอย ^ 0^

5555  5 5
นี่เป็นประสบการณ์ ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของเราเอง ถึงตอนนี้ยังไม่เก่งอังกฤษเหมือนคนอื่นๆ
แต่ก็ยังพอรู้เรื่องกว่าเมื่อก่อน รู้สึกได้ว่า ตัวเองเข้าใจขึ้นเยอะ และสนใจภาษาอังกฤษขึ้นมากเลย
ต่อๆไปก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ
สู้เพื่อตัวเรา เพื่อคนทางบ้านและคนที่เรารัก และรักเรา :)

ต้องขอคุณประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามา ขอคุณแนวทางดีๆจากบล็อกต่างๆ
แรงผลักดัน และกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

 " การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เกิดจากพลังเล็กๆของเรา " สู้ต่อไปนะคะ ^^