ฮาโหลลลล ทุกคน!! ^ .^
นี่เป็นการเขียนบล็อกครั้งแรก เพราะ อ.ให้เขียนบล็อกส่ง '( - .-)
(เอ้ะ!! ถ้าอ.ไม่ให้เขียนส่ง ไม่มีคะแนน นี่คงไม่เขียนสินะ -- ฮั่นนแน่ จะว่าเราแบบนี้ละซี่ 555)
ปกติก็เป็นคนติด social พอควร วันๆอยู่แต่ในโลกอนไลค์เลยล่ะ
เอ่ะอ่ะก็เฟสสะบุค (facebook) เล่นเอาประโยชน์บ้าง ไร้สาระบ้าง
คิดๆไป-มา แทนที่จะตั้งสเตตัสเพ้อนู่นนี่ ถ้าลองเขียนบล็อกดูน่าจะโอนะ อิอิ
แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง เขียนอะไร ได้รู้จักการเขียนบล็อกแบบจริงๆก็ตอนเรียนนี่แหละ
แต่เรียนก็หลับๆตื่นๆ ไม่แคร์สายตาประชาชีรอบข้างเลย เพราะต้องแหกขี้ตาไปเรียนตั้งแต่2โมงเช้า TT'
เอาละไหนๆก็ต้องเขียนบล็อกแล้ว ก็อยากเล่า อยากแชร์ประสบการณ์บางอย่าง
เผื่อจะเป็นประโยชน์ เป็นแรงผลักดัน เป็นกำลังใจให้ใครหลายคนได้บ้าง ^^
ปล.ขอเล่าประสบการณ์ ความรู้สึกส่วนตัวของเรานะ
เราเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย (หรือว่าโง่เลยก็ได้) T ____T
และโดยส่วนตัว นิสัย หรือแรงๆหน่อยก็ "สันดาน" O.o เป็นคนขี้เกียจมาก
ตอนม.ต้นเริ่มก้าวสู่วัยรุ่นละ เจอครูภาษาอังกฤษที่ดุมาก สอนก็ย๊ากยากกกกก!!
แกรมม่านี่มาเป็นขบวนเลย วันไหนเป็นคาบของครูต่างชาติ วันนนั้นเป็นวันมืดเลยทีเดียว
จะต้องหาที่นั่งลับๆใกล้คนเก่งๆ (ไว้อาศัย) เวลาครูจะสุ่มถาม ก็หดหัวหดตัวเหมือนกับดักแด้
เจอถามทีก็หน้าซีด ตัวสั่น -- สะกิดเพื่อนข้างๆ "เฮ้ยๆ ไรวะ ถามไร ตอบว่าไร?"
สอบ เจอจังหวะดีๆหน่อย ก็ยืดคอเป็นยีราฟเลยทีเดียว ซวยๆหน่อยก็ Verb to เดา จ้า 555
พอขึ้นม.ปลาย เริ่มต้องคิดเรื่องอนาคตไว้ละ ได้ยิน ได้ฟังการแนะแนวจากรุ่นพี่ จากวิทยากรต่างๆนานาหลายสถาบัน อะๆไรก็อาเซียนๆ อะไรๆก็ภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษอีกแล้ว TT')
พอขึ้นม.6 เห็นน้องคนหนึ่ง พูดภาษาอังกฤษกับอ.ต่างชาติ (ย้ำ!! น้อง แอบอายเบาๆ)
- น้องเขาพูดได้ปร๋อเลย แล้วอยู่ๆก็คิดแล้วหันมามองตัวเองว่า..
น้องเค้าพูดได้ขนาดนี้ อนาคตไปได้ไกลแน่เลย..
" อิจฉาจัง ทำไมเรา ขนาดฟังในห้องเรียน อ.พูดช้าๆ ยังไม่รู้เรื่องเลย คะแนนก็น้อย จะเข้ามหาลัยได้ไหมก็ไม่รู้ " T^T
ทำไมเราไม่ลองให้ได้อย่างเขา ทำไมเราไม่ลองลดอคติกับภาษาอังกฤษดูบ้าง
หลังจากคิดทบทวน ก็พยายามหาที่เรียนพิเศษ ไปเรียนก็ไม่ทันเขา อคติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
- "โอ้ย ภาษาไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ เรียนก็ไม่เข้าใจหรอก โง่ยังไงก็โง่ยังนั้น ยากกกกก!!!"
หลังจากนั้นมา ก็เริ่มไม่สนใจกับภาษาอังกฤษอีกครั้ง
และแล้ววันสอบสัมภาษณ์ก็มาถึง อ.เปิดดู portfolio เห็นความสามารถทั้งด้านศิลปะ ด้านภาษาจีน ด้านการทำงานของเราและก็ชื่อชมเรา แต่ที่อ.ต้องเปิดกลับไปอีกครั้งก็และถามว่า..
"คิดอย่างไรกับภาษาอังกฤษ?" (เพราะวิชาอื่นๆเกรด3-4หมด ยกเว้น อังกฤษเกรด 1.5)
เราก็ตอบไปว่า : ปัจจุบันภาษาอังกฤษนั้นสำคัญมากสำหรับคนยุคใหม่อย่างเรา การทำงาน การใช้ชีวิตในปัจจุน-อานาคตล้วนแล้วต้องมีภาษาอังกฤษ และต่อไปจะเข้าสู่อาเซี่ยน มีคู่แข็งมากมาย ภาษาที่ใช้ก็ภาษาอังกฤษ..
อ.ก็ถามต่อไปว่า.. : ไม่ชอบภาษาอังกฤษใช่ไหม ?
เราก็ตอบว่า.. : ใช่ค่ะ หนูเคยพยายามเรียน พยายามหัดพูด แต่หนูก็ทำไม่ได้ หนูว่ามันยากเกินไป
เราพูดไปพร้อมหน้าตาที่หงอยๆ และอ.ก็พูดขึ้นมาว่า..
" เธอลองนึกถึงอนาคต ลองวาดอนาคตที่เธอฝันไว้สวยๆ ลองลดอคติ ลองเปลี่ยนความคิดบางอย่างดู ลองลงมือทำในสิ่งที่คิด แล้วชีวิตเธอจะเปลี่ยน "
หลังจากวันนั้นมา เราก็มานั่งคิดๆ คิดไปคิดมามันก็จริงอย่างที่อ.พูด และเราก็เริ่มสร้างจินตนาการว่า..
ภาษาอังกฤษ มันทำให้เรามีงานนะ,, มันทำให้เราได้ไปเที่ยวได้หลายๆที่หลายประเทศ
มันทำให้เราดูดี (แอบคิดไปให้ตัวเองดูดี 55)
ปิดเทอม พร้อมก้าวสู่รั้วมหาลัย
ระยะเวลาช่วงปิดเทอม หลังจากที่เพ้ออนาคตไว้ วันๆเราเปิดแต่เว็บเพลงสากลออนไลน์
- หาหนังภาษาอังกฤษมาดู ฟังเพลง ร้องเพลง อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ
- เข้าเว็บดูวิธีการฝึกภาษาอังกฤษ
- ให้เพื่อนที่เก่งอังฤษคุยแชทภาษาอังกฤษกับเรา
- โหลด app แปลภาษาไว้ในโทรศัพท์
- หัดตั้งสเตตัสเพ้อๆเป็นภาษาอังกฤษ
- หาเพื่อนต่างชาติคุย คุยผิดคุยถูกก็ให้เพื่อนสอน
เราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนทางบ้านแปลกใจ 555 5
วันเปิดภาคเรียนก็มาถึง ตื่นเต้นจังได้เป็น freshy แล้ว ^ o^
คาบ Fundamental English มาแล้ว เราสั่นๆเลย เพราะเราคิด มหาลัยอ.ต้องพูดๆแต่อังกฤษแน่เลย
เพื่อนๆต้องเก่งๆแน่เลย พอเรียนๆเรารู้สึกว่า เอ้ะ!! คำนี้คุ้นๆ เราก็กดๆดิกแปล
เริ่มเรียนรู้เรื่อง เข้าใจ อ.ถามก็ตอบได้บ้างผิดบ้าง(ก็ถือเป็นมุก ให้เพื่อนในsec.ฮาเล่นแก้เครียด)
เทศกาลสอบก็มาถึง เราเครียดมา วิชาเอกก็ยาก อ่านก็เยอะ
จะเอาเวลาไหนไปอ่านทบทวนวิชาทั่วไป โดยเฉพาะ อังกฤษ = []=
- ก่อนวันสอบ ภาษาอังกฤษ 2วัน
โอ้ย ซวยแล้ว อ.ออกข้อสอบยังไง จะยากไหม สอบครั้งแรกด้วย จะรอดไหมเรา TT
(เราคิดไปแบบว่ากลัวทุกอย่าง กดดันตัวเองด้วย) เราก็เอาศัพท์ที่เรียนในแต่ละบท
มาจดๆมาแปล สารพัดเลย
- วันสอบ
เราเข้าไปนั่ง มองซ้าย-ขวา ยิ้มให้เพื่อนรอบข้าง และนั่งทำใจ ภาวนาให้ข้อสอบตรงกับที่อ่านมา พอเปิดข้อสอบ ลงมือทำ แอบยิ้มเล็กๆ เอ้ะ อ๋อ บางข้อ แต่โชคดี ที่อ่านมา เจอศัพท์เป๊ะ พอเดาคำตอบได้บ้าง จากที่สมัยมัธยม เห็นแค่ตัวอักษรก็ปวดหัวแล้ว
- วันคะแนนออก
เรานั่ง login เข้าระบบทั้งวัน พอเห็นคะแนนเท่านั้นแหละ กรี๊สสสสส!!
59/90 ความรู้สึกตอนนั้น อยากจะดิ้นๆ กระโดดเกาะผนังดั่งสไปร์เดรอ์แมนมาก ><'
ดีใจ และภูมิใจที่สุด มันเป็นแบบว่า เมื่อก่อนตอนมัธยม อาศัยแต่ความรู้รอบโต๊ะ เอาแค่คะแนนไว้ก่อน
ความรู้ไว้ทีหลัง แต่ตอนนี้ทำข้อสอบเอง มีความเข้าใจ คะแนนผ่านด้วย โอ้ลาลา ฉันล่องลอย ^ 0^
5555 5 5
นี่เป็นประสบการณ์ ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของเราเอง ถึงตอนนี้ยังไม่เก่งอังกฤษเหมือนคนอื่นๆ
แต่ก็ยังพอรู้เรื่องกว่าเมื่อก่อน รู้สึกได้ว่า ตัวเองเข้าใจขึ้นเยอะ และสนใจภาษาอังกฤษขึ้นมากเลย
ต่อๆไปก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ
สู้เพื่อตัวเรา เพื่อคนทางบ้านและคนที่เรารัก และรักเรา :)
ต้องขอคุณประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามา ขอคุณแนวทางดีๆจากบล็อกต่างๆ
แรงผลักดัน และกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
" การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เกิดจากพลังเล็กๆของเรา " สู้ต่อไปนะคะ ^^



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น